About Me

Follow me :

2019 December
หลังจากช่วงชีวิตที่ผ่านมีเรื่องราวเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นกับเราทั้งน่าจดจำและเป็นบทเรียนให้ตัวเองเยอะพอสมควร จนอยากจะบันทึกจริงจังและแบ่งปันกับหลายๆ คน เผื่อเกิดประโยชน์ขึ้นและสร้างความสุขให้คนอื่นๆ ได้บ้าง

Wonder Alive

Wonder หมายถึง ความน่าทึ่ง
Alive หมายถึง ยังมีชีวิตอยู่
และเมื่อ 2 คำนี้มาเจอกัน สำหรับเรา เราเลยให้ความหมายว่า “ความน่าทึ่งของการมีชีวิตอยู่”

เราเป็นวัยรุ่นทั่วไปคนหนึ่งนี่แหละ แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งของชีวิต เรารู้สึกตัวว่า เราชอบใช้ชีวิตของตัวมากกว่าการถูกใช้ชีวิต เรารู้สึกว่า ที่ผ่านมาเราถูกใช้ชีวิตมามากพอแล้ว เราถูกจัดสรรค์ชีวิตตัวเองจากคนรอบข้าง สังคม สภาพแวดล้อมรอบตัวตั้งแต่เกิด โดยที่เราเลือกอะไรได้ไม่มากนัก ต้องเดินตามทางที่สังคมปูทางไว้ให้ รู้ตัวอีกทีก็เรียนจบปริญญาตรีและทำงานเป็นหุ่นยนต์ไปเสียแล้ว ชีวิต 20 กว่าปีที่ผ่านไป เรารู้สึกเหมือนถูกใช้หนี้ ต้องทำหลายสิ่งหลายอย่างทั้งที่เราไม่อยากทำ แต่สิ่งที่เราอยากจะทำกลับทำไม่ได้เพราะกฎเกณฑ์ทางสังคม ที่ใครก็ไม่รู้กำหนดไว้ให้ แล้วคนส่วนใหญ่ก็คล้อยตามกันไปตามกระแส สิ่งที่สังคมกำหนดและว่าดีก็คือดี ไม่ดีคือไม่ดี ถูกคือถูก ผิดคือผิด โดยที่เราไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย ทั้งที่บางอย่างมันก็ไม่ใช่เสมอไป ตอนนั้นได้เพียงแต่ เดินตามทำตาม เพื่อไม่ให้เป็นผู้ที่ถูกติดป้ายว่า คนแปลกแยกจากคนทั่วไป เราถูกสอนให้แคร์สายตาคนอื่นอยู่เสมอ เพื่อให้อยู่ร่วมกับสังคมส่วนมากได้ เราไม่เข้าใจเลยว่า “ทำไมเราต้องใช้ชีวิตแบบนั้น” เพื่อให้เป็นที่ยอมรับหรอ?? แล้วไงต่อล่ะ ได้เป็นที่ยอมรับสำหรับคนหมู่มาก แต่กลับไม่ใช่ตัวเอง แล้วต้องทุกข์ทนไม่มีความสุข นี่มันชีวิตของใคร??

เราเริ่มใช้ชีวิตของตัวเองอย่างจริงจัง เมื่อกลางปี 2016 เคลียร์ตัวเองลาออกจากชีวิตหุ่นยนต์ ชีวิตของใครก็ไม่รู้ แล้วเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราอยากมีชีวิตอย่างไร?? เห็นภาพตัวเองในอนาคตเป็นอย่างไร?? นั้นแหละ จงใช้ชีวิตอย่างนั้น!!

9 November 2016
เราเริ่มการเรียนรู้ใหม่สำหรับชีวิตของตัวเอง อย่างแรกสิ่งที่เราทำคือ เริ่มออกเดินทาง ทำในสิ่งที่เราอยากทำ เรียนรู้และทำความเข้าใจในสิ่งที่เราสนใจ การเดินทางของเราคือ เราสนใจเกี่ยวกับอะไร เราหาข้อมูล หาแหล่งที่มาเกี่ยวกับสิ่งนั้น แล้วก็พาตัวเองเข้าไปเรียนรู้ทำความเข้าใจจริงๆ จากแหล่งนั้นเลย และเราก็ใช้เวลา ใช้ชีวิตไปกับการเรียนรู้และใช้ชีวิตของตัวเองเรื่อยมาถึงทุกวันนี้ ตอนนี้ผ่านไป 3 ปีแล้ว และเมื่อกลางปี 2019 ที่ผ่านมา เราได้ไปเจอ ไปใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการจริงๆ และช่วงเวลานั้นทำให้เรารู้สึกว่า เราได้ใช้ชีวิตของตัวเองอย่างคุ้มค่าที่สุดแล้ว และเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดของชีวิตเลย โดยที่เราไม่เคยคิดว่า เราจะได้มีช่วงเวลาชีวิตแบบนี้เลยด้วยซ้ำ และด้วยเหตุนี้ทำให้เราคิดว่า “เราไม่ควรเก็บเรื่องราวหล่านั้นไว้คนเดียวและควรได้มีการบันทึกอย่างจริงจัง” จึงเกิดให้ได้มีการสร้างบล็อกนี้ขึ้นมา

Happiness only real when shared

“I don’t want a perfect life. I want a happy life”

แชร์ให้โลกรู้...