‘ไร่ชาลุงเดช’ ความพอดีที่เป็นสุข

ไร่ชาลุงเดช

ไร่ชาลุงเดช เกิดขึ้นเนื่องด้วยทางโครงการหลวงม่อนเงาะมาเสนอ แนะนำให้ลุงเดชปลูกชาในพื้นที่ของตน ลุงเดชเริ่มปลูกชา เรียนรู้เรื่องของชา ตั้งแต่การปลูกไปจนถึงเรื่องการแปรรูปชา ลุงเดชดูแลไร่ชาอย่างดีแถมเป็นไร่ชาอินทรีย์อีกด้วย และที่นี่บรรยากาศดีมากทำให้คนที่ไปเที่ยวเยี่ยมชมโครงการหลวงม่อนเงาะ มักจะมาที่ไร่ชาของลุงเดชด้วย จนมีคนขอให้ลุงเดชสร้างที่พักไว้ เพราะการเดินทางมาที่นี่มันไกลและไม่ง่ายเลย อีกทั้งที่นี่บรรยากาศดี น่าอยู่อีกด้วย

บ้านลุงเดช 3 ชั้น ถูกเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร ห้องพัก และลานกางเต็นท์
บ้านพักหลังเล็ก หน้าไร่ชาของลุงเดช
พื้นที่ส่วนตัวของลุงเดช
ชั้นบนสุด เป็นส่วนของร้านอาหารและพื้นที่ส่วนตัวของลุงเดช

หลังจากนั้นไม่นาน ลุงเดชก็ได้สร้างบ้านที่พักเล็กๆ ไว้ 2 หลัง และแบ่งพื้นที่บ้านห้องตัวเองเป็นห้องพักสำหรับรองรับคนที่มาดูไร่ชาแล้วต้องการพักค้างคืนได้พักกัน และมีอาหารฝีมือคุณป้า ภรรยาของลุงเดชไว้บริการด้วย อาหารที่นี่จะเป็นอาหารง่ายๆ แต่มีส่วนผสมของใบชา เกือบทุกเมนู การได้มากินอาหารของคุณป้า ทำให้ได้รู้ว่า ใบชาสามารถลงมาอยู่ในอาหารคาว หวานได้เกือบทุกอย่างเลย แถมอร่อย ดีต่อสุขภาพด้วย

บริเวณนั่งจิบชา ห้อยขา ชมไร่ชา
ชาอู่หลง จากไร่ชาตรงหน้า
ยำทูน่าใบชา

การมาพักหรือไปใช้บริการร้านอาหารของไร่ชาลุงเดช ไม่ใช่ว่า จะไปเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะพื้นที่ของลุงเดชนั้นไม่ได้กว้างใหญ่นัก และอาหารก็มีจำกัด หากใครสนใจต้องการไปเที่ยวชมในส่วนของไร่ชา ก็ไปได้ตลอด แต่ส่วนของที่พักและร้านอาหารต้องโทรติดต่อสอบถามและจองก่อน เนื่องจากมีคนไปใช่บริการเยอะมาก ที่พักมักจะเต็มบ่อย อาจต้องจองล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนกว่าจะได้ เราเองถือว่าโชคดีมากที่โทรถามแล้วได้ที่พักเลย

และนั่นก็ทำให้เราสงสัยและถามลุงเดชว่า “ทำไมไม่สร้างที่พักเพิ่ม หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบพื้นที่ให้รองรับลูกค้าได้มากขึ้น”
ลุงเดชบอกกับเราว่า “เราไม่ใช่คนแรกที่บอกกับลุงแบบนี้ และบางคนก็ไม่ใช่แค่บอก ไม่ใช่แค่แนะนำ แต่ขอซื้อกิจการและไร่ชาของลุงเดชไปเลยเพื่อที่จะขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นก็มี บางคนก็มาเสนองบให้ลุงเดชเปลี่ยนแปลงและขอเป็นหุ้นส่วนด้วยก็มี มีมาเสนอหลายแบบมาก แต่…ลุงปฏิเสธทุกอย่าง เพราะลุงรู้สึกพอใจกับสิ่งทำอยู่ สิ่งที่มีอยู่ตรงนี้ ตอนนี้แล้ว ลุงมีความสุขทุกวันที่มีชีวิตอยู่ตรงนี้ ได้พบปะ พูดคุย ดูแลผู้คนที่มาเยือนอย่างทั่วถึง ไม่ได้สร้างความลำบาก วุ่นวายกับชีวิตตัวเองนัก อีกทั้งยังได้สร้างความสุข ความสบายใจให้คนอื่นๆ ด้วย ลุงก็พอใจ แต่ถ้าวันหนึ่งลุงไม่อยู่แล้ว ที่ตรงนี้จะเป็นของลูกหลานลุง เขาจะทำอะไร อย่างไรต่อไป ก็เป็นสิทธิ์ของเขาแล้ว”
ลุงเดชพูดไปยิ้มไป

นั่นเป็นคำพูดของลุงเดชที่ทำให้เรารู้สึกได้และเขาถึงความรู้สึกของคนที่พอใจและมีความสุขกับสิ่งที่ตนมีอยู่จริงๆ มันไม่ใช่เพราะเพียงคำพูด แต่เพราะการกระทำต่างหากและการใช้ชีวิตของลุงเดชที่เราได้เห็น และครั้งนั้นเราได้คุยกับลุงเดชไปหลายเรื่องมาก ทำให้รู้สึกได้จริงๆ เลยว่า คนที่พอใจกับสิ่งที่ตนมีนั่น สามารถมีความสุขและผ่อนคลายกับชีวิตตัวเองและผู้อื่นได้มากจริงๆ

ซ้อนท้ายกระบะลุงเดช ลงเขา

และแล้วก็ถึงเวลาที่เราจะเดินทางออกจากไร่ชาลุงเดช
วันนั้นลุงเดชไม่ยอมให้เราขี่มอเตอร์ไซค์ลงเขาไปเอง เพราะเป็นห่วงกังวลว่าจะไม่ปลอดภัย ลุงเดชเลยอาสาจะเอารถมอเตอร์ไซค์เราขึ้นรถกระบะของลุง แล้วไปส่งเราที่ตลาดแม่มาลัยให้ แต่เราเกรงใจ ไหนๆ เราขึ้นมาได้ เราก็น่าจะลงไปได้เช่นกัน แต่ป้าก็ไม่ยอมให้เราลงไปเอง เลยบอกให้ไปกับลุงเดช เดี๋ยวจะได้ให้ลุงไปซื้อของที่ตลาดแม่มาลัยด้วย เราถึงโอเคไปกับลุงเดช เพราะอย่างน้อย ลุงเดชก็ไม่ได้กลับมือเปล่า วันนั้นเราพยายามให้ค่าน้ำมันรถกับลุงไป แต่ลุงก็ไม่รับ
ลุงกลับบอกว่า “ไม่ต้องหรอก ถือว่าเป็นน้ำใจ เป็นความทรงจำดีๆ ที่เราได้เจอกัน วันหน้าจะได้คิดถึงกัน แล้วกลับไปหาลุงอีก ไร่ชาลุงเดชต้อนรับเราเสมอ แต่คราวหน้า ไม่ต้องขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นไปเองแล้วน่ะ ให้โทรหาลุง เดี๋ยวลุงจะลงมารับเอง มันอันตราย” แล้วลุงก็ขำกับความบ้าบอ ดั้นด้นของเรา

ขอบคุณลุงเดช ดีใจที่ได้พบ

ถึงตอนนั้นที่ผ่านพ้นเรื่องราวที่หวาดเสียวนั้นมาแล้ว เราเองก็อดขำตัวเองไม่ได้เลยจริงๆ ถึงตอนนี้ถึงย้อนกลับไปก็ตลกตัวเองอยู่ดี ทำไปได้ไง ทำอะไรลงไปเพราะตอนนั้น ทั้งกลัว ทั้งกังวล ทั้งโมโหโกรธลุงเดช โกรธ Google map ที่บอกว่าไม่ไกล และไม่บอกว่าเส้นทางมันโหดขนาดนั้น แถมฟ้าก็เริ่มมืดอีก ขี่รถไป กลัวไป บ่นไป สารพัด ถึงขั้นบอกกับน้องว่า จะขึ้นไปแค่ครั้งเดียวพอและจะไม่ไปอีกแล้ว จนถึงไร่ชาลุงเดชความรู้สึกไม่ดีเหล่านั้น หลายวั๊ปไปเลย ถึงตอนนี้ก็ยังอยากกลับไปอีก ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม (แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ถามว่า จะทำแบบเดิมไหม? ตอบเลยว่า แน่นอน! ทำเหมือนเดิม เพราะสุดท้ายก็ไม่เสียใจที่ได้ทำไป ฮ่าาๆๆๆ)

นี่แหละเป็นข้อดีของการเดินทางที่ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมาก่อนและไม่ได้เข้มงวดกับแผนการเดินทางจนเกินไป ทำให้เราสามารถเดินทางได้ด้วยความรู้สึกที่ผ่อนคลายจริงๆ เราได้สังเกตตัวเองในหลายๆ ครั้งที่เราเดินทางโดยที่ไม่ได้คาดหวังกับสิ่งที่จะพบเจอ และระหว่างการเดินทางของเรา เราไม่ได้คิดไปในแง่ลบ มันทำให้เรามักจะพบเจอแต่สิ่งที่เหนือความคาดหมาย พบเจอแต่เรื่องราวดีๆ อยู่เรื่อยมา และแม้ว่าในบางครั้งเราจะเจอกับเรื่องร้ายๆ บาง แต่สุดท้ายมันก็ผ่านเราพบกับสิ่งดีๆ อยู่เสมอ

ไร่ชาลุงเดช،
ตั้งอยู่ที่ตำบลเมืองก๋าย อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ โทรศัพท์: 081 163 3765

แชร์ให้โลกรู้...

One thought on “‘ไร่ชาลุงเดช’ ความพอดีที่เป็นสุข

Leave a Reply