โยเกิร์ตว่าทำง่ายแล้ว แต่..ครีมชีสนั้นง่ายยิ่งกว่า

Follow me :

โยเกิร์ต เกิดจากอะไร ว่าด้วยเรื่องของโยเกิร์ต

โยเกิร์ตถือกำเนิดมานานมากๆ แล้ว นักประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งก็เล่ากันมาว่า มาจากวิธีการเก็บรักษาน้ำนมของชนเผ่าทราเซียน ที่เป็นบรรพบุรุษเก่าแก่ที่สุดของชาวบัลแกเรียนั่นแหละ ที่มีวิธีการเก็บรักษาน้ำนมไว้ในถุงที่ทำจากหนังแกะ เวลาเดินทางก็เอาถุงนี้คาดเอวไว้ ความอบอุ่นจากร่างกายร่วมกับจุลชีพที่มีอยู่ในหนังแกะ ช่วยให้เกิดปฏิกิริยาการหมักขึ้น น้ำนมในถุงก็กลายสภาพเป็นโยเกิร์ตไปโดยปริยาย

นั่นก็ทำให้โยเกิร์ตถือว่าเป็นอาหารหมักดองประเภทหนึ่ง แต่ในยุคสมัยนี้มีการทำโยเกิร์ตแพร่หลายขึ้น ได้เปลี่ยนวิธีการทำโยเกิร์ตไป แต่ก็ยังคงใช้กระบวนการเดิมคือ การนำเอา ‘น้ำนม’ จากสัตว์หรือพืชก็ได้มาหมักด้วย ‘แบคทีเรีย’ กลุ่มที่ผลิตกรดแลกติก (Lactic Acid Bacteria : LAB) ซึ่งทำให้โยเกิร์ตมีลักษณะเฉพาะคือมีรสเปรี้ยว รวมทั้งทำให้โปรตีนในน้ำนมเสียสภาพและจับตัวตกตะกอนจนกลายเป็นเนื้อโยเกิร์ตที่มีลักษณะข้นหนืดนั่นเอง

ฟังดูเหมือนเป็นของที่บูดเน่า ไม่น่ากินใช่ไหมล่ะ แต่ในการผลิตโยเกิร์ตจะต้องเอาน้ำนมไปผ่านกระบวนการทำลายจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคก่อน นั่นก็คือให้ความร้อนด้วยการพาสเจอร์ไรซ์ ซึ่งจะทำลายจุลินทรีย์ เช่น ยีสต์ ราและแบคทีเรียที่ไม่ทนร้อน ซึ่งอาจทำให้เราท้องเสียหรือเป็นโรคออกไป

มาถึง..กระบวนการทำโยเกิร์ตที่พันพรรณ

วิธีการทำโยเกิร์ตที่พันพรรณเป็นอะไรที่ง่ายมากกกกกก จากที่ที่นี่เลี้ยงวัวนมและเรามีนมสดจำนวนมาก แต่เราอาจจะไม่มีเชื้อแบคทีเรีย กลุ่มที่ผลิตกรดแลกติก เพื่อมาทำเป็นหัวเชื้อโยเกิร์ต นั่นก็ไม่เป็นปัญหา เพราะเราสามารถปรับเปลี่ยนไปใช้โยเกิร์ตธรรมชาติที่มีขายตามท้องตลาดมาเป็นหัวเชื้อโยเกิร์ตได้ จากโยเกิร์ตรสดั่งเดิม 1 ถ้วย สามารถใช้กับนมสด 7-8 ลิตรได้เลย วิธีการทำก็ง่ายมาก
เพียงนำนมสดไปตุ่นให้พอเดือด แล้วยกลงจากเตาทิ้งไว้ให้ นมอุ่นพอที่เราสามารถจุ่มนิ้วชี้เราแช่ไว้ให้ทนได้สัก 10 วินาที ก็เอาโยเกิร์ตใส่ลงไปได้เลย คนให้เข้ากัน แล้วปิดฝานำไปใส่ในกล่องหรืออะไรก็ได้ที่สามารถเก็บความร้อนได้ แช่ทิ้งไว้ประมาณ 6-12 ชม. ก็จะกลายเป็นโยเกิร์ตโฮมเมดแล้วล่ะ ง่ายๆ แค่นี้เอง
และเมื่อเรามีโยเกิร์ตแล้ว เราสามารถแบ่งเก็บโยเกิร์ตส่วนหนึ่งไว้ใช้เป็นหัวเชื้อสำหรับทำโยเกิร์ต ครั้งหน้าได้ด้วย

โยเกิร์ตว่าทำง่ายแล้ว แต่..ครีมชีสนั้นง่ายยิ่งกว่า

เมื่อเรามีโยเกิร์ตแล้ว การทำครีมชีสนั้นก็แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงนำโยเกิร์ตที่มี ใส่ในผ้าขาวบางแล้วแขวนทิ้งไว้ให้น้ำจากโยเกิร์ออก ทิ้งไว้ 1-2 วัน ก็จะกลายเป็นครีมชีสอร่อยๆ แล้ว แต่ยิ่งทิ้งไว้นานครีมชีสก็จะแข็งขึ้นเรื่อยๆ เพราะน้ำจะไหลออกไปเรื่อยๆ เช่นกันง่ายซะยิ่งกว่าง่าย ซะอีก 🙂

และนี่เป็นวิธีการทำโยเกิร์ตและครีมชีสแบบฉบับของพี่โจ

ประโยชน์ของโยเกิร์ต

ถ้าหากว่าจะไม่พูดถึงคุณประโยชน์ของโยเกิร์ตก็คงไม่ได้ เพราะโยเกิร์ตเป็นอาหาร (หรือของกินเล่น)  ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและแบคทีเรียชนิดดี และยังให้โปรตีนมากกว่านมวัวสำหรับดื่มอีกด้วย

นอกไปจากนั้น โยเกิร์ตยังเป็นแหล่งของวิตามิน B12 รวมถึงมีชนิดของโปรตีนที่ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมได้ดีกว่านมวัว

จุดที่โดดเด่นที่สุดของโยเกิร์ตก็คือสารเสริมชีวนะ (Probiotics) ที่อยู่ในเนื้อโยเกิร์ตซึ่งมาจากแบคทีเรียและจุลินทรีย์ เช่น แลคโตบาซิลัส ที่เชื่อกันว่าเป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น และยังช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกายเอาไว้ การกินโยเกิร์ตย่อมเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด ที่จะเติม Probiotics เข้าไปในร่างกาย เพื่อรักษาสุขภาพให้อยู่ในระดับที่ดี

แต่แม้ว่าโยเกิร์ตจะมีส่วนช่วยบรรเทาและป้องกันอาการท้องผูก ท้องเสีย และสามารถรักษาระบบทางเดินอาหารได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าแบคทีเรียในโยเกิร์ตจะเพียงพอที่จะรักษาอาการเจ็บป่วยในร่างกายได้ เพียงแค่ว่าการบริโภคโยเกิร์ตทุกวันจะมีส่วนที่รักษาสุขภาพให้ดีเท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้น แบคทีเรียและคุณประโยชน์ที่จะได้รับจากโยเกิร์ตก็ยังมีความหลากหลาย แตกต่างกันไปจากชนิดของนมและชนิดของโยเกิร์ต

แต่สำหรับโยเกิร์ตที่ใส่รสชาติผลไม้ต่างๆ เข้าไปด้วยนั้น มีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก กลายเป็นว่าแทนที่จะได้รับประโยชน์ อาจให้โทษแทน ถ้าหากว่าโยเกิร์ตที่กินมีรสชาติฝาดไม่ถูกปาก เน้นใส่ผลไม้สดกินคู่กันน่าจะได้ประโยชน์มากกว่ากินโยเกิร์ตรสผลไม้

แชร์ให้โลกรู้...

6 thoughts on “โยเกิร์ตว่าทำง่ายแล้ว แต่..ครีมชีสนั้นง่ายยิ่งกว่า

  1. Thanks for your marvelous posting! I seriously enjoyed reading
    it, you could be a great author. I will be sure to bookmark your blog and definitely
    will come back down the road. I want to encourage you to definitely continue your great writing, have a nice weekend!

Leave a Reply