เชียงคาน จะชิลไปไหน

เชียงคาน ในความคิดเราก่อนที่จะได้ไป ก็พอจะได้ยินเรื่องราวมาแล้วว่า เป็นเมืองเล็กๆ ชิลๆ ริมฝั่งโขง มีแม่น้ำโขงกั้นไว้ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน คือประเทศลาว
อย่างที่รู้ๆ กันว่า ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความชิล เราเลยวางแผนการเดินทางว่า เราจะไปเดินป่า ขึ้นเขา ภูบักได ภูกระดึง พอร่างกายเหนื่อยมากๆ แล้ว เราก็จะมาพักผ่อนชิลๆ ชาร์จแบตชีวิตที่นี่ เชียงคาน

แต่! ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด ทริปจังหวัดเลยของเรา เปลี่ยนมาเริ่มต้นที่ เชียงคาน แทน เรื่องราวเป็นมายังไงนั้น ตามนี้เลยเด้อ….>>> คลิก ‘เลย’ ไปแล้ว…เลย หลงเลยเด้อ

เราเดินทางมาเชียงคานด้วยรถโดยสารจากตัวเมืองจังหวัดเลย ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ระหว่างนั่งรถ เราได้คุยกับพี่ๆ 2 เขากำลังจะไปเชียงคานเพื่อข้ามไปขายของฝั่งลาว ด้วยความที่เรายังไม่มีแผนอะไรเลย พอถึงจุดจอดรถเชียงคาน เขาก็เลยชวนเรานั่งรถสกายแลปไปกับเขา (สกายแลป  คือ รถ 3 ล้อ รับจ้าง คนที่นี่เรียกสกายแลป) พี่ๆ เขาจะไปท่าเรือเพื่อข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งลาว แถมมีชวนให้เราข้ามไปฝั่งลาวกับเขาด้วยน่ะ ฮ่าาๆๆๆ

หลังจากส่งพี่ๆ เขาเรียบร้อยแล้ว พี่เขาได้บอกกับคนขับรถให้ไปส่งเราแถวถนนศรีเชียงคาน ซอย9 เพราะเราได้บอกกับพี่ๆ เขาไปว่า เราต้องการที่พักและเช่ารถมอเตอร์ไซค์ เขาแนะนำให้ไปที่โรงแรมพูลสวัสดิ์ มีทั้งที่พักและรถให้เช่า และเราก็เอ่อออ ตกลงไปตามที่เขาบอกเฉยเลย ฮ่าาาๆๆ

และใช่แล้ว เราเช่ารถมอเตอร์ไซค์จากร้านที่พี่เขาแนะนำมา แต่เราก็ไม่ได้พักที่นั่นเพราะห้องเต็ม เราได้ที่พักตรงข้ามกับโรงแรมนั่นเลย เป็นร้านเสริมสวยเล็กๆ แต่มีห้องให้พักด้วย เจ้าของที่นี่ลดให้เราครึ่งราคาด้วยจาก 400 บาท เหลือ 200 บาท แถมมีครัวให้เราใช้ มีน้ำ ขนมต่างๆ ให้บริการฟรี เจ้าของน่ารักมาก ใส่ใจดูแลอย่างดี มันเกินราคามากจริงๆ

หลังจากที่ได้กินอาหาร อาบน้ำ งีบหลับไปตื่นหนึ่ง ก็ได้เวลาออกไปตะลอนทำความรู้จักกับเชียงคานล่ะ เราขี่มอเตอร์ไซค์กลับมาที่ด่านศุลกากรเชียงคานอีกครั้ง ที่นี่มีท่าเรือสำหรับข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งลาว ซึ่งเป็นที่ที่มาส่งพี่ๆ สองคนก่อนหน้านี้ข้ามไปฝั่งลาวนั่นล่ะ

จากนั้นเราก็ได้ขี่รถออกจากตัวเมืองเชียงคานประมาณ 3 กิโลเมตร บนถนนเชียงคาน-ปากชม มายังที่นี่ “แก่งคุดคู้” มาตามคำแนะนำของพ่อค้าขายผลไม้หน้าด่านศุลกากรเชียงคาน โดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าที่นี่ คืออะไร เขาบอกแค่ว่า ให้มานั่งเรือเล่น เราก็มา ตามนั้นแหละ (อย่าได้มีใครบอกให้ไปไหน ทำอะไรน่ะ ยิ่งเป็นสิ่งที่เราสนใจอยู่แล้ว คล้อยตามง่ายมากก ฮ่าาาๆๆๆ เป็นบ้าอ่ะ)

เรื่องราวของการตะลอน แก่งคุดคู้ เราแบ่งไปอีกบทหนึ่ง เพราะเรื่องมันยาวเท้อออ อ่านต่อได้ที่…>>> อิหยั่งว่ะ! แก่งคุดคู้

หลังจากที่เดิน งงๆ ที่แก่งคุดคู้จนอิ่มและง่วงนอน ร่างกายก็ต้องการกาแฟ เราขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อยจนมาเจอที่นี่

Chiangkhan River Green Hill
เป็นร้านกาแฟ ในรีสอร์ท มีวิวและที่พักที่อลังการมาก แถมการบริการดีมาก มีรถกอล์ฟรับ-ส่ง ขึ้นมาบนเขาที่นี่ด้วย ถามว่า เราพักที่นี่หรอ?? อ๋อ! เปล่าหรอก เรามาดื่มกาแฟนะ ฮ่าาๆๆๆ กาแฟ และอาหาร อร่อยใช่ได้เลย

หลังจากที่ได้รับสารกระตุ้นให้ตื่นแล้ว เรากะจะไปหากระต่ายที่วัดพระพุทธบาทภูควายเงิน ได้รับข้อมูลจากน้องพนักงานที่ Chiangkhan River Green Hill บอกมาว่า ที่นั่นมีกระต่ายเยอะมาก หลากหลายสายพันธุ์ 300 กว่าตัว เป็นกระต่ายที่เเจ้าอาวาสวัด นำมาเลี้ยงไว้เริ่มต้นเพียง 4 ตัว จากนั้นก็ขยายพันธุ์มาเรื่อยๆ ด้วยความที่เราเคยเลี้ยงกระต่าย และชอบกระต่ายมาก ก็เลยอยากไป แต่แล้วก็….

เราไปไม่ถึง ฮ่าาๆๆๆ เพราะระหว่างทางที่จะไปวัดพระพุทธบาทภูควายเงิน เราเกิดไปเห็นและสะดุดตากับที่นี่ซะก่อน

เมื่อเราหยุดและจอดรถ เดินเข้าไปที่นี่ มันน่าทึ่งมากกกจริงๆ ทำให้เรารู้ว่า เวลามันเดินช้าลง ทุกอย่างชิล นิ่ง สงบมาก จนเราได้เห็นพระอาทิตย์ตกที่สวยมาก สวยมากจริงๆ

ถึงแม้ว่า เราจะถ่ายภาพ แต่ยังไงก็ไม่เหมือนกับสิ่งที่ตาเราเห็น เพราะตรงนั้นคือ พระอาทิตย์สีเหมือนไข่แดงเค็ม ดวงโต มองเห็นได้ชัดด้วยตาเปล่า โดยที่ไม่แสบตาเลยด้วยซ้ำ และบรรยากาศที่นั่น ตรงนั้น คือดีมากจริงๆ

ชีวิต บรรยากาศความชิล ความง่ายๆ สบายๆ ของเชียงคาน ที่เราได้ไปเจอยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เราจะไปพบเจอกับอะไรต่อนั่น ตามไปอ่านต่อได้ที่….>>> Slow Life ยามค่ำคืน ณ เชียงคาน

แชร์ให้โลกรู้...