ปั้นเซรามิก ไม่ยากอย่างที่คิด

Follow Me :

กอไผ่เซรามิก เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้การทำเซรามิกและเป็นแหล่งผลิตเพื่อจำหน่ายเซรามิก อีกทั้งที่นี่ยังมีที่พักในแบบโฮมสเตย์ ให้คนที่มาเข้าคอร์สเรียนได้พักด้วย

การเรียนทำเซรามิกต้องใช้เวลา แต่เรามีเวลาเรียนแค่สัปดาห์เดียว เพราะสัปดาห์ถัดไปเรามีนัดต้องเดินทางไปเชียงรายต่อ แต่ถึงมีเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์เราก็ตั้งใจจะเต็มที่กับมัน ครูไผ่เองก็ได้วางแผนในการสอนให้ครอบคลุมกับสิ่งที่เราต้องการ

ที่นี่สอนให้เราได้เรียนรู้ตั้งแต่เรื่องของดินที่จะนำมาใช้ปั้น วิธีการขึ้นรูปในแบบต่างๆ การลงสีไปจนถึงการเผาเลยล่ะ

วันแรกสำหรับการเรียนทำเซรามิก
ครูไผ่สอนเกี่ยวกับการเลือกดินที่จะนำมาใช้ สำหรับที่นี่ กอไผ่เซรามิก ลำปาง แน่นอนว่า ใช้ดินลำปาง ครูไผ่เล่าว่า
“ดินลำปางที่นำมาใช้ปั้นเซรามิก เป็นดินขาว ที่เรียกกันว่า “ดินขาวลำปาง” เป็นดินขาวที่มีคุณภาพดีอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลยล่ะ เกิดจากการสลายตัวของหินฟันม้า ที่พบจำนวนมากที่ อ.แจ้ห่ม ดินขาวลำปางอยู่ในตระกูลเดียวกับหินโทเซกิของญี่ปุ่น และบางส่วนของดินขาวลำปางยังมีแร่ที่ละเอียดให้ความเหนียว ช่วยในการขึ้นรูปเครื่องปั้นได้ดี และไม่พบในที่อื่นๆ ของประเทศไทย จึงทำให้นำมาทำเครื่องปั้นหรือผลิตภัณฑ์เซรามิกได้ดีและมีคุณภาพเหมาะแก่การทำถ้วยชามต่างๆ”

ที่นี่มีการเตรียมดิน หรือที่เรียกกันว่าหมักดิน โดย…

1. นำดินที่ได้จากการขุด ไปตากให้แห้ง แล้วนำมาบดให้ละเอียด
2. ร่อนให้เศษหิน เศษทรายออกไปให้หมด
3. จากนั้นนำมาผสมกับน้ำ แล้วนำไปหมักในอ่างประมาณ 1-2 วัน จึงสามารถนำมาปั้นได้

และจะมีวิธีการทำเซรามิกอีกวิธีหนึ่ง โดยการใช้น้ำดิน หรือที่เรียกกันว่า การหล่อน้ำดิน

ในส่วนนี้จะใช้ดินที่ผ่านการหมักดินเรียบร้อยแล้ว นำไปเทลงเครื่องผสมกับน้ำยาที่ใช้ใส่บ่อดิน เครื่องจะทำการผสมดินกับน้ำยาเข้าด้วยกันจนกลายมาเป็นน้ำดิน สำหรับการขึ้นรูปเซรามิก แบบหล่อน้ำดิน

เมื่อได้ดินมาแล้ว ก็เข้าสู่กระบวนการขึ้นรูปเซรามิก
การขึ้นรูปมีหลายแบบด้วยกัน แต่ช่วงที่เราไปเรียนได้ที่ก่อไผ่เซรามิก เราได้เรียนเพียงการขึ้นรูปโดยการหล่อน้ำดิน การขึ้นรูปด้วยการปั้นมืออิสระ และการขึ้นรูปด้วยจิ๊กเกอร์ น่าเสียดายที่ไม่ได้เรียนการขึ้นรูปด้วยแป้นหมุน เพราะนั้นเป็นสิ่งที่เราอยากทำมากเลย แต่ด้วยช่วงเวลาที่เราไปเรียนนั้น เครื่องมีปัญหาพอดี

ในส่วนของการขึ้นรูปในแบบต่างๆ นั้น มีความยากง่ายต่างกันไป ตามความถนัดความชอบของแต่ละคน และแต่ละงาน

การขึ้นรูปโดยการหล่อน้ำดิน
เราจะสร้างพิมพ์ในแบบที่เราต้องการขึ้นมาก่อน ซึ่งทำจากปูนปลาสเตอร์ แล้วนำน้ำดินมาเทใส่ การเทหล่อน้ำดินนั้นมี 2 แบบด้วยกัน
-การเทโดยให้น้ำดินแข็งตัวอยู่ในแบบ เรียก Solid Casting ซึ่งเหมาะกับการเทแบบผลิตภัณฑ์ที่มีความหนาและรูปร่างแปลกๆ
-การเทโดยมีการเทน้ำดินที่เหลือทิ้ง เรียก Drain Casting ซึ่งเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการผนังบางและต้องการความหนาสม่ำเสมอ
การขึ้นรูปโดยการหล่อน้ำดิน ทำได้ง่าย สะดวกและรวดเร็วมาก สำหรับชิ้นงานที่ต้องการในจำนวนมากและรูปแบบเหมือนๆ กัน แต่ชิ้นงานก็ไม่ได้เสร็จสิ้นเพียงแค่นั้น ต้องมีการเก็บรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทีละชิ้น เพื่อความสมบูรณ์ของชิ้นงาน

การขึ้นรูปด้วยการปั้นมืออิสระ
การขึ้นรูปด้วยมือแบบนี้ ส่วนมากจะเป็นการสร้างงานศิลปะ เพื่อสร้างชิ้นงานที่มีรูปร่างพิเศษตามที่ต้องการ จะใช้มือเรานี่แหละ เป็นอุปกรณ์หลักในขึ้นรูปในรูปแบบต่างๆ และอาจจะมีอุปกรณ์อื่นๆ ช่วยในการขึ้นรูปและช่วยสร้างแบบต่างๆ ด้วย ที่สำคัญคือ เราจะใช้อะไรก็ได้ สำหรับเราเมื่อได้ลองปั้นไปสักพัก กลายเป็นว่า เราชอบวิธีการขึ้นรูปปั้นดินด้วยวิธีนี้มากๆ เลย เป็นงานที่ทำให้รู้สึกอิสระมาก แม้ว่าเราต้องมีสมาธิจดจ่อในการสร้างชิ้นงานนั้น แต่เรากลับไม่อึดอัดเลยแม้แต่น้อย แถมเราสามารถจดจ่อไหลลื่นอยู่กับมันได้เรื่อยๆ ทั้งวัน โดยลืมเวลาไปเลย และลืมไปด้วยซ้ำว่า เราเคยเป็นคนที่นั่งทำอะไรกับที่นานๆ ไม่ได้ เราขี้เบื่อ และไม่ค่อยมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งไหนมากนัก ถ้าไม่ใช่สิ่งที่เราสนใจจริงๆ และนั่นก็ทำให้เรา เข้าใจตัวเองได้ว่า เราสนใจและชอบงานแบบนี้จริงๆ

การขึ้นรูปด้วยจิ๊กเกอร์
จะเป็นการขึ้นรูปสำหรับชิ้นงานที่ต้องการรูปแบบที่แน่นอนและมาตราฐานเดียวกัน เครื่องจิ๊กเกอร์ เป็นเครื่องที่ทำงานคล้ายเครื่องแป้นหมุน แต่จะใช้พิมพ์ปูนปลาสเตอร์และใบมีดสำหรับขึ้นรูปตามลักษณะของงาน การขึ้นรูปด้วยจิ๊กเกอร์ส่วมมากจะใช้กับชิ้นงานขนาดเล็ก อย่างถ้วย แก้วน้ำ แก้วกาแฟต่างๆ
สำหรับเราการขึ้นรูปด้วยจิ๊กเกอร์ เป็นงานที่ต้องระมัดระวังมากเลย เพราะถ้าเกิดผิดจังหวะ มือเราอาจจะโดนใบมีดบาดเอาได้

หลังจากที่ได้ฝึกปั้นดินขึ้นรูปต่างๆ แล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการลงสีให้ชิ้นงาน แต่ก่อนที่จะลงสี เราจะต้องตากแดดตากลมให้งานดินปั้นของเราแห้งเสียก่อน แล้วค่อยมาลงสี
การลงสีบนชิ้นงานนั้น จะใช้น้ำดินผสมกับสีที่เราต้องการ จากนั้นก็ใช้แปรงละเลงสีได้ตามต้องการเลย

เมื่อลงสีเสร็จ ก็ต้องนำไปตากแดด ให้สีแห้ง ดินแห้ง แล้วก็เข้าสู่ขั้นตอนการเคลือบ หากต้องการชิ้นงานที่มีลักษณะเงาแวว จะข้ามขั้นตอนนี้ไปไม่ได้เลย (แต่ถ้าต้องการชิ้นงานที่มีลักษณะดิบๆ ของดิน ก็สามารถข้ามขั้นตอนนี้ไปได้เลย หลังจากลงเคลือบแล้ว ควรจะนำไปตากแดดให้ชิ้นงานแห้งสนิท เพื่อไปสู่กระบวนการเผา

และมาสู่ขั้นตอนสุดท้ายของงานปั้นเซรามิก ก็คือการเผา
ในช่วงขั้นตอนการเผานั้น เราไม่ได้อยู่ด้วย เพราะช่วงนั้นชิ้นงานที่จะเผายังมีไม่มากพอสำหรับที่จะเผา ที่ก่อไผ่เซรามิก จะเผาด้วยเตาเผาขนาดใหญ่ที่สามารถเผาได้ครั้งละจำนวนมาก ซึ่งใช้พลังงานแก๊สเยอะมากเหมือนกัน หากมีชิ้นไม่มากพอ ไม่คุ้มต่อการเผาก็จะยังไม่เผา จะรอทำการเผาทีเดียวเลย ถึงแม้ว่า ช่วงที่เราไปเรียนจะไม่ได้ทำการเผาด้วยตัวเอง แต่ครูไผ่ก็ได้บอกเล่าวิธีการเผาเซรามิกให้ฟังว่า

การเผาเซรามิก
จะเป็นการเผาที่ต้องเพิ่มอุณหภูมิของเตาเผาให้สูงข้นช้าๆ อย่างสม่ำเสมอ และใช้เวลาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คงรูปไม่แตกชำรุด อุณหภูมิที่ใช้ในการเผาประมาณ 750-850 องศาเซลเซียส เวลาในการเผาไม่ต่ำกว่า 8-10 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงานและขนาดของเตา ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการรังสรรค์ชิ้นงานเซรามิกแล้ว

ด้วยความที่ว่า เราจบคอร์สด้วยชิ้นงานเซรามิกที่ยังไม่ได้ทำเผา แต่เราต้องเดินทางต่อ ครูไผ่ก็ได้จัดการส่งชิ้นงานเซรามิกของเราให้ถึงบ้านเราเลย ฮ่าาๆๆๆ

ช่วงที่เราเรียนทำเซรามิก เราได้พักอยู่กับครอบครัวครูไผ่เลย เพราะว่าเราไปคนเดียว ครูไผ่และครอบครัวบอกกับเราว่า โดยปกติแล้วที่นี่จะรับสอนเป็นกลุ่มหลายๆ คน มาโดยตลอด ยังไม่เคยมีใครมาลงเรียนคนเดียวเหมือนเราเลย และมาในช่วงที่ไม่มีคอร์สอื่มมาร่วมด้วย นี่เป็นเคสแรกเลย คนที่บ้านครูไผ่ต่างก็งงๆ กันว่า มาได้ไง ทำไมมาคนเดียว แล้วจากเราที่เป็นแค่คนที่ไปลงคอร์สเรียนปั้นดินธรรมดาๆ กลายเป็นว่า ได้รับการต้อนรับและดูแลอย่างดีมากๆ เลยล่ะ จากครอบครัวครูไผ่ การไปเรียนปั้นเซรามิกครั้งนี้ เราไม่ได้แค่เรียนปั้นเซรามิกเท่านั้น แต่เราได้ผูกมิตรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและแลกเปลี่ยนเรื่องราว ประสบการณ์ความรู้ในหลายๆ เรื่องกัน เราได้เรียนรู้วิธีการปั้นเซรามิกจากครูไผ่ แต่ครอบครัวครูไผ่ก็ได้เรียนรู้วิธีการใช้ชีวิตแบบพึงตนเองจากเราไปด้วย สำหรับเราแล้ว นับว่าเป็นเรื่องราวที่ดีมากๆ เลยล่ะ

การที่ตัดสินใจอย่างกระทันหันไม่ได้คิดให้รอบคอบในครั้งนั้น สำหรับการลงคอร์สเรียนปั้นเซรามิกกับครูไผ่ ที่กอไผ่เซรามิกตอนนั้น เราไม่ขอนับว่า เป็นความผิดพลาด เพราะมันคือ ความบังเอิญที่โชคดีมากจริงๆ อ่านเรื่องราวที่พาเรามาสู่กอไผ่เซรามิกได้ใน หลงเสน่ห์ เซรามิก จากเชียงใหม่ ไปโผล่ลำปาง

แชร์ให้โลกรู้...

2 thoughts on “ปั้นเซรามิก ไม่ยากอย่างที่คิด

Leave a Reply